วันพุธที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ประกาศ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาสุโขทัย เขต 2 เรื่อง ผลการคัดเลือกข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผอ./รองผอ.





ประกาศ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาสุโขทัย เขต 2
เรื่อง ผลการคัดเลือกข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา
…………………………
ตามที่ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาสุโขทัย เขต 2 ได้ประกาศรับสมัครคัดเลือก
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา
ลงวันที่ 10 กันยายน 2552 นั้น
บัดนี้ การดำเนินการคัดเลือกได้เสร็จสิ้นแล้ว โดยอนุมัติ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาสุโขทัย เขต 2 ในคราวประชุมครั้งที่ 8 / 2552 เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2552 จึงได้ประกาศผล
ผู้ได้รับการคัดเลือกเรียงตามลำดับจากผู้ได้คะแนนรวมสูงสุดจากมากไปหาน้อย มีกำหนด 2 ปี
นับแต่วันประกาศขึ้นบัญชี รายละเอียดตามบัญชีรายชื่อแนบท้ายประกาศนี้
ทั้งนี้ ให้ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเข้ารับการพัฒนาก่อนการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยสถานศึกษา ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด ในวัน เวลา และสถานที่ ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุโขทัย เขต 2 กำหนด ซึ่งจะแจ้งให้ทราบภายหลัง

ประกาศ ณ วันที่ 12 เดือน ตุลาคม พ.ศ. 2552


( นายประยุทธ นาวายนต์ )
อนุกรรมการและเลขานุการใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ปฏิบัติหน้าที่แทน
ประธานอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ประจำเขตพื้นที่การศึกษาสุโขทัย เขต 2
บัญชีรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุโขทัย เขต 2
แนบท้ายประกาศการคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา
ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2552
อันดับที่ เลขที่สอบ ชื่อ -สกุล หมายเหตุ

1 033 นายไพรัตน์ กลิ่นทับ
2 016 นายสารัตน์ พวงเงิน
3 009 นายวิโรจน์ บัวคง
4 010 นางหทัยรัตน์ เกษรจันทร์
5 022 นายสมบัติ ป้องฉิม
6 039 นายรัฐพล โพธิ์แก้ว
7 004 นางสาวศิริวรรณ ขวัญมุข
8 011 นางนภาศรี ทิมภูธรา
9 032 นายสาโรช เกตุสาคร
10 037 นางสาวชรินยา สุขย้อย
11 003 นายสุภัค พวงขจร
12 036 นางวาสนา ตาคม
13 015 นายชัชวาลย์ อ่ำเทศ
14 017 นายชาญวิทย์ วงศ์จักร
15 025 นางรัชนี เมืองชื่น
16 001 นายธรรมศาสตร์ ธรรมไชย
17 005 นายประทีป สันธิ
18 021 นายเยี่ยม ต้นกลั่น
19 034 นายประยุทธ ครุธแก้ว
20 030 ว่าที่ พ.ต.ทับทิม พาโคกทม
21 027 นายปิยะวุฒิ ล่องชูผล
22 038 นางสาวสุภาณี หัฐพฤติ
23 026 นายพนม สุขหา
24 013 นางราตรี สุวรรณประสิทธิ์
25 024 นางสาวนรินทร์ อินทะนัก
26 002 นายธีรพงษ์ เข็มคง
27 006 นายคมกริช จบศรี
28 028 นางสาวรัตนาวดี ทับเงิน
29 020 นางรุจิรัตน์ รัตนเพชร




ประกาศ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาสุโขทัย เขต 2
เรื่อง ผลการคัดเลือกข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา
…………………………
ตามที่ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาสุโขทัย เขต 2 ได้ประกาศรับสมัครคัดเลือก
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา
ลงวันที่ 10 กันยายน 2552 นั้น
บัดนี้ การดำเนินการคัดเลือกได้เสร็จสิ้นแล้ว โดยอนุมัติ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาสุโขทัย เขต 2 ในคราวประชุมครั้งที่ 8 / 2552 เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2552 จึงได้ประกาศผล
ผู้ได้รับการคัดเลือกเรียงตามลำดับจากผู้ได้คะแนนรวมสูงสุดจากมากไปหาน้อย มีกำหนด 2 ปี
นับแต่วันประกาศขึ้นบัญชี รายละเอียดตามบัญชีรายชื่อแนบท้ายประกาศนี้
ทั้งนี้ ให้ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเข้ารับการพัฒนาก่อนการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยสถานศึกษา ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด ในวัน เวลา และสถานที่ ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุโขทัย เขต 2 กำหนด ซึ่งจะแจ้งให้ทราบภายหลัง
ประกาศ ณ วันที่ 12 เดือน ตุลาคม พ.ศ. 2552

( นายประยุทธ นาวายนต์ )
อนุกรรมการและเลขานุการใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ปฏิบัติหน้าที่แทน
ประธานอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ประจำเขตพื้นที่การศึกษาสุโขทัย เขต 2
บัญชีรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุโขทัย เขต 2
แนบท้ายประกาศการคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา
ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2552
อันดับที่ เลขที่สอบ ชื่อ -สกุล หมายเหตุ


1 022 นางวาสนา สำเนียง
2 071 นายอำนวย บูรณะไทย
3 078 นายวีระศักด์ ย้อยสร้อยสุด
4 072 นายประวิท วิริยะพงษ์
5 053 นายสุวิทย์ อภิโล
6 064 นายชวลิต ทะยะ
7 067 นายอลงกรณ์ หงษ์ผ้วย
8 001 นางสาวยุพิน จงแจ่มฟ้า
9 028 นายดำรง คุ้มพาล
10 081 นายประสาน โชติมน
11 005 นายสมพร สุขอร่าม
12 025 นางกมลวรรณ ตั้งสุขสันต์
13 063 นางศิริรัตน์ แก้วทอง
14 082 นายไพบูลย์ พวงเงิน
15 026 นางชลิศา ป้องฉิม
16 014 นายพิเชฐ ขำพงศ์
17 036 นายสุรสิทธิ์ เกษประสิทธิ์
18 011 นายอนุชิต กมล
19 008 นายณฐวรรษ ยอดแก้ว
20 031 นายไพรัช เดชะศิริ
21 060 นายไพรัช อินต๊ะสงค์
22 054 นางกาบแก้ว สวยสม
23 015 นายจำเริญ สุวรรณประสิทธิ์
24 062 นายเกียรติชัย สังข์จันทร์
25 046 นายธัชพล โพธิทา
26 007 นางสายสุณีย์ ไพบูลย์กสิกรรม
27 043 นางกุณฑี วงค์จันทรมณี
28 074 นางสาวทองปลาย กมล
29 077 นายศราวุธ คำแก้ว
30 068 นายสมศักดิ์ วรรณโชค
31 034 นายอานนท์ ชาญกูล
32 042 นายธวัชชัย อินต๊ะเสาร์
33 070 นายนิคม จันทร์อิ่ม
34 069 นายมนัส เจื้อยแจ้ว
35 029 นายสมยศ ทองรัตน์
36 075 นายประธาน หาญณรงค์
37 018 นายสุชาติ หลำพรม
38 006 นางอิสรีย์ ชัยวัฒน์ดำรงสุข
39 017 นายวินัย จันทร์หอม
40 021 นายบุญชู คำรักษ์
41 050 นายสุทัศน์ หลินจริญ
42 052 นางธนวรรณ มะโนรา
43 080 นายสังวาลย์ พลอยคำ
44 002 นายมานพ หลงแย้ม
45 079 นายวัลลภ เอี่ยมมะ
46 051 นายกฤษดา แจ่มทุ่ง
47 073 นายวิลาศ ส่งให้
48 041 นายนคเรศ นิลวงศ์
49 012 นางสาวปรีเปรม เค้าอ้น
50 023 นายอานนท์ อุ่นนังกาศ
51 009 นางจิตติมนต์ อัครจรัญรัตน์
52 055 นายวสันต์ บัวหลวง
53 039 นายสมโภชน์ วรรณโชค
54 066 นางสาวจินตนา ทองแจ่ม
55 065 นางปราณี จันทราราชัย
56 010 นายสำราญ จงอยู่เย็น
57 032 นายภูษิต ภูสีโสม
58 048 นายจำเนียร ตูมหอม
59 057 นายพิรุณ กาสาย
60 019 นายประเสริฐ รุ่งเรือง
61 038 นายวัฒนา แสนคำ
62 004 นายวัชรินทร์ ฤทธิ์รักษา
63 035 นายวีระ อินทรสุวรรณ
64 016 นายสมศักดิ์ แก้วนุช
65 040 นายเทียม จรวุฒิพันธ์
66 037 นายสุพจน์ กล้าวาจา
67 020 นายอุทิศ มีเต็ม
68 045 นางสาวรวิสรา แก้วเกต
69 003 นางอารยา ปานคง
70 013 นางสาววิไลลักษณ์ ปักษี
71 049 นายโกวิทย์ บริสุทธิ์
72 024 ว่าที่ร้อยตรีสมเกียรติ ขอนทอง
ที่มา http://www.sukhothai2.go.th/main/

วันจันทร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2552

นโยบายใหม่ๆ อ่านไว้สำหรับภาคบ่ายครับ

โรงแรมอิมพีเรียล ควีนส์ปาร์ค กรุงเทพฯ - นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาผู้อำนวยการสำนักเขตพื้นที่การศึกษา (ผอ.สพท.) ครั้งที่ ๔/๒๕๕๒ เมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๕๒ โดยมี ผอ.สพท.๑๘๕ เขต และประธานศูนย์ประสานงานการจัดการมัธยมศึกษา ๔๑ แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เข้าร่วมประชุมสัมมนาเป็นเวลา ๒ วัน

รมว.ศธ.ได้มอบนโยบายแก่ ผอ.สพท. และประธานศูนย์ประสานงานการจัดการมัธยมศึกษาทั่วประเทศ โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

๑. ทิศทางกรอบการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ ๒ มีเป้าหมายคือ ทำให้คนไทยได้เรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ เน้นคุณภาพ การขยายโอกาส และการแสวงหาการมีส่วนร่วม เน้น ๔ ใหม่ คือ คนไทยยุคใหม่ ครูยุคใหม่ ระบบบริหารจัดการแบบใหม่ และแหล่งเรียนรู้และสถานศึกษายุคใหม่ โดยมีคณะกรรมการขับเคลื่อน ๒ ชุด ได้แก่ คณะกรรมการนโยบายปฏิรูปการศึกษาทศวรรษที่ ๒ มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นรองประธาน และคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษารอบ ๒ มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน

๒. โครงการ ๕ ฟรี ได้แก่ โครงการเรียนฟรี ๑๕ ปีอย่างมีคุณภาพ, โครงการติวฟรีอย่างมีคุณภาพ (Tutor Channel), โครงการดื่มนมโรงเรียนฟรี, โครงการอาหารกลางวันฟรี และโครงการผู้พิการเรียนฟรีถึงระดับปริญญาตรี ทั้งมหาวิทยาลัยของรัฐและมหาวิทยาลัยเอกชน รวมถึงในระดับ ปวส. และ ปวท. ทั้งวิทยาลัยของรัฐและวิทยาลัยเอกชน

๓. โครงการไทยเข้มแข็ง (SP2) ขอให้เร่งรัดดำเนินการทุกโครงการ เนื่องจากขณะนี้งบประมาณอยู่ที่กระทรวงการคลังแล้ว และขอให้ดำเนินการอย่างโปร่งใส โดยมีโครงการที่ต้องดูแล เป็นพิเศษ ดังนี้
- โครงการโรงเรียนดี ๓ ระดับ จำนวน ๑๐,๐๐๐ โรง โดยมีรายละเอียดในระบบบริหารจัดการ ธรรมาภิบาล การกระจายอำนาจ รวมถึงปัจจัยพื้นฐาน การปรับปรุงพัฒนาอาคาร ภูมิทัศน์- โครงการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ต้องเข้าถึงโรงเรียนอย่างน้อย ๓,๐๐๐ โรง- โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร ศธ.ได้จัดงบประมาณให้ โรงเรียนละ ๑๗๐,๐๐๐ บาท นอกจากนี้จะทำการเพิ่มบ้านพักครู และเรือนนอนของนักเรียน โดย รมว.ศธ.ได้เน้นย้ำให้ช่วยดูแลเรื่องความปลอดภัยของนักเรียนเป็นพิเศษ และหากพื้นที่ใดเกิดปัญหาขึ้น ต้องมีการลงโทษอย่างเด็ดขาด- ห้องสมุด ๓ดี จะมีคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ e-book ให้กับทุกโรงเรียน จำนวน ๓๒,๐๐๐ โรงทั่วประเทศ อาจต้องมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาการเลือกซื้อหนังดีเข้าห้องสมุด แต่อย่างน้อยห้องสมุด ๓ดี ทุกแห่ง ต้องมีหนังสือพระราชทานของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ๖ เล่ม และหนังสืออื่นๆ สพฐ.จะช่วยพิจารณาหนังสือ เพื่อเป็นหลักประกันว่าเด็กจะได้อ่านหนังสือที่มีคุณค่าครบถ้วน นอกเหนือจากนั้นอาจเป็นดุลยพินิจของแต่ละโรงเรียนก็ได้ และได้มอบให้แต่ละโรงเรียนเป็นผู้ดำเนินการ โดยมีเกณฑ์กำหนดราคาตามที่ สพฐ. พิจารณา- โครงการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ เพื่อปรับสัดส่วนนักเรียนกับคอมพิวเตอร์ จาก ๔๐:๑ เป็น ๑๐:๑ จึงเป็นที่มาที่จะต้องซื้อคอมพิวเตอร์ ๔๐๐,๐๐๐ เครื่อง ให้กับโรงเรียน ๑๘,๐๐๐ โรงทั่วประเทศ โดยให้โรงเรียนเป็นผู้ดำเนินการจัดซื้อเอง- การอบรมพัฒนาครู ๔๕๐,๐๐๐ คน โดยแยกเป็น ๒ ระดับ คือ ผู้บริหารและครูผู้สอนแยกตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ ซึ่งจะมีการประเมินผลทั้งก่อนและหลังการอบรม และจะมีการติดตามผล ว่าหลังการอบรมครูมีศักยภาพเพิ่มขึ้นหรือไม่ อย่างไร โดยการอบรมจะไม่ให้กระทบกับเวลาสอน และ รมว.ศธ.ได้มอบหมายให้ สพฐ.ประสานงาน ว่านอกจากพัฒนาศักยภาพตนเองแล้ว ครูสามารถนำผลการอบรมไปใช้ประโยชน์ในเรื่องใดได้บ้าง เช่น วิทยฐานะ สอบใบวิชาชีพคุรุสภา ต่ออายุใบประกอบวิชาชีพ ฯลฯ เพื่อการอบรมไม่สูญเปล่า

๔. นโยบาย ๓ดี/3D อยู่ในเงื่อนไขการประเมินของ สมศ. ด้วย จึงขอให้คิดนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างจริงจัง

๕. การสอนทางไกล สำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรียนมัธยมขนาดเล็ก และโรงเรียนขยายโอกาส ที่ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กต่ำ มีคะแนน NT, O-NET ต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ย ทั้งหมด ๙,๐๐๐ โรง ซึ่งจะใช้ระบบต่อยอดจากโรงเรียนวังไกลกังวล โดยจะแบ่งเป็น ๒ ระยะ คือ ระยะที่ ๑ จำนวน ๔,๐๐๐ โรง จะเริ่มในภาคการศึกษาที่ ๒ ของปีการศึกษา ๒๕๕๒ คือเดือนพฤศจิกายนนี้ และระยะที่ ๒ จำนวน ๕,๐๐๐ โรง จะเริ่มในภาคการศึกษาที่ ๑ ของปีการศึกษา ๒๕๕๓ โดยในเดือนตุลาคม จะมีการอบรมครู เพื่อให้สามารถสอนทางไกลและการบริหารจัดการภายในห้องเรียน และจะมีการทดสอบว่าผลสัมฤทธิ์เป็นอย่างไร โดยจะสอนในช่วงชั้นที่ ๒-๔

๖. แยกประถม-มัธยม รมว.ศธ.ได้ลงนามในประกาศแล้วเมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๒ เพื่อให้มีผลในทางปฏิบัติไปพลางก่อนระหว่างรอกฎหมาย ระบบการดำเนินการโยกย้าย ให้แยกเป็นคณะกรรมการกลั่นกรอง ๒ ชุด คือ ระดับประถม มีผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่เป็นประธาน มีหัวหน้าฝ่ายบุคลากรเป็นเลขานุการ และระดับมัธยม มีผู้แทนจาก สพฐ. เป็นประธาน ประธานศูนย์ประสานงานมัธยมเป็นเลขานุการ เมื่อมีความคิดเห็นอย่างไรก็ให้นำเข้า ก.ค.ศ. สำหรับส่วนมัธยม คณะรัฐมนตรีมีมติจัดงบประมาณใน ๓ ปี ให้จำนวน ๙,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อให้ดำเนินการเรื่องคุณภาพมัธยม

๗. นโยบายส่งเสริมการศึกษาเอกชน ทุกเขตพื้นที่จะต้องให้ความร่วมมือในการจัดระบบการนิเทศให้กับโรงเรียนเอกชนในความรับผิดชอบ ทั้งระดับประถมและมัธยม ขอให้ให้ความสำคัญกับโรงเรียนเอกชนด้วย เพราะต้องการเห็นเด็กไทยพัฒนาทั้งโรงเรียนภาครัฐและเอกชน ขณะเดียวกันต้องสนับสนุนให้เอกชนเข้ามามีส่วนช่วยในการจัดการศึกษามากขึ้น

๘. สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีผลสอบ O-NET ต่ำที่สุดในประเทศ ซึ่งหลังจากนี้จะมอบหมายผู้รับผิดชอบในระดับกระทรวง ๑ คน เพื่อรับผิดชอบการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเฉพาะ และให้มีอำนาจหน้าที่ในการบริหารจัดการในเขตพื้นที่ เสมือนเป็นตัวแทนทุกหน่วยงาน ทุกองค์กรหลัก และถือเป็นตัวแทนของกระทรวงศึกษาธิการที่จะต้องดำเนินการ โดยต้องรับผิดชอบต่อผลสัมฤทธิ์ที่จะเกิดขึ้นกับชายแดนภาคใต้ในทุกเรื่อง

๙. เด็กนอกสัญชาติ กระทรวงศึกษาธิการสนับสนุน ส่งเสริม และรณรงค์ให้เด็กนอกสัญชาติได้เข้าเรียนในระบบการศึกษาของไทย มิฉะนั้นจะเกิดโรงเรียนนอกกฎหมายในพื้นที่ที่มีเด็กต่างด้าวอยู่ ซึ่งไม่ได้สอนเป็นภาษาไทย และกระทรวงศึกษาธิการจะไม่สามารถควบคุมการเรียนการสอนได้ ดังนั้น การนำเด็กเหล่านี้เข้าสู่ระบบการศึกษาของไทย เนื่องจากมีการสอนเป็นภาษาไทย และควบคุมบทเรียนได้ เพื่อให้เด็กมีความจงรักภักดีต่อประเทศไทย ซึ่ง รมว.ศธ. ได้นำประเด็นนี้เสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีแล้ว เพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินการให้มีความชัดเจนและให้มีกฎระเบียบรองรับ

๑๐. การทะเลาะวิวาทของนักเรียน ขอให้ยึดประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ที่ รมว.ศธ. ได้ลงนามเมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ เป็นหลัก สถานศึกษาและผู้ที่เกี่ยวข้องต้องเข้ามาดูแล จัดทำแผนแก้ปัญหา เมื่อเกิดปัญหาขึ้น ผู้กระทำความผิดต้องได้รับโทษทั้งทางวินัยและทางอาญา และผู้บริหารสถานศึกษาต้องร่วมรับผิดชอบ

๑๑. เรื่องที่เกี่ยวข้องกับครู วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๒ จะมีผลบังคับใช้ระบบใหม่ของวิทยฐานะครู ที่จะให้ความสำคัญกับการเรียนการสอนหรือผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการสอนมากขึ้น ๖๐% และให้ความสำคัญกับการทำเอกสาร ๔๐% และเป็นเอกสารวิจัยที่ทำในห้องเรียน ที่ต้องเกี่ยวข้องกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กรณียื่นวิทยฐานะไว้แล้วและมีการเปลี่ยนสายงาน ไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ ส่วนโครงสร้างเงินเดือนใหม่ ปรับจากระบบซีเป็นระบบแท่ง เมื่อมีผลบังคับใช้ก็จะทำให้เงินเดือนขั้นสูงเพิ่มขึ้น ๘% รวมทั้งการปรับเพดานครู ค.ศ.๓ และ ค.ศ.๔ ที่เงินเดือนเต็มขั้น จะมีการปรับแท่งเงินเดือนที่สูงขึ้น ครู ค.ศ.๓ จะได้รับเงินเดือนจาก ๔๗,๔๕๐ บาท เป็น ๕๐,๕๕๐ บาท และ ครู ค.ศ.๔ จาก ๕๐,๕๕๐ บาท เป็น ๕๗,๙๔๐ บาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอการประกาศในราชกิจจานุเบกษา
- โครงการคืนครูให้นักเรียน ตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป จะได้ปรับเงินเดือนตามวุฒิปริญญาตรี นอกจากนี้ จะจัดงบให้ภารโรง ๗,๘๐๐ อัตรา โดยให้โรงเรียนเป็นผู้เลือกจ้างได้เองตามความเหมาะสม เพื่อไม่ให้เป็นภาระผูกพัน หากทำงานไม่ดีก็ปรับเปลี่ยนได้ แต่ทั้งนี้ ต้องมีธรรมาภิบาล- การเลือกผู้แทนครูที่จะเข้ามาเป็นตัวแทน อ.ก.ค.ศ. จะมี ผลให้มีการปรับระบบใหม่ ๒ ประเด็น คือ ก.ค.ศ. จากเดิม ๗:๗:๗:๗ เป็น ๙:๙:๙:๙ และเดิมผู้มีสิทธิ์สมัครกับผู้มีสิทธิ์เลือกคือผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ต่อไปให้ผู้มีสิทธิ์เลือกเพิ่ม นอกจากผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่แล้ว รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่และเจ้าหน้าที่บริหารก็มีสิทธิ์เลือกด้วย โดยขอให้การเลือกเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม

๑๒. ช.พ.ค.๕ ศธ.ต้องการรักษาผลประโยชน์และให้ครูได้รับผลประโยชน์มากขึ้น ซึ่งเดิมมีการบังคับทำประกันชีวิต, ดอกเบี้ย MLR ซึ่งมีเงื่อนไขว่าหากผู้กู้เป็นลูกหนี้ชั้นดี ธนาคารออมสินจะลดดอกเบี้ยให้ ๑% แต่ ๑% นี้ ยกให้ สกสค. มีการบังคับลงทุน ๑๐,๐๐๐ บาท สมทบเข้ากองทุน สกสค. จึงให้ สกสค.ไปทบทวนปรับเกณฑ์ใหม่ เพื่อให้ได้ผลในทางที่ดีขึ้นคือ ไม่บังคับทำประกันชีวิต ให้เป็นไปตามความสมัครใจของครูผู้กู้ สำหรับครูที่เป็นลูกหนี้ชั้นดีจะได้รับการลดดอกเบี้ย ๑% และไม่บังคับลงทุน ๑๐,๐๐๐ บาท

รมว.ศธ. กล่าวสรุปว่า กำลังจะมีการปรับกระบวนการครั้งสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการในหลายเรื่อง ที่จะเดินหน้าไปสู่กระบวนการสร้างคุณภาพทั้งระบบ โดยจะลดระบบการสอนแบบท่องจำ แต่จะเพิ่มการคิดวิเคราะห์ให้มากขึ้น ให้เด็กมีโอกาสเรียนนอกห้องเรียนมากขึ้น การเรียนการสอนและการออกข้อสอบที่ สทศ. ออกต้องสอดคล้องกัน มิเช่นนั้นนักเรียนก็จะต้องเรียนกวดวิชา ส่วน สพฐ. กับมหาวิทยาลัยก็ต้องหารือกันเพื่อผลิตเด็กในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อป้อนมหาวิทยาลัยมีคุณสมบัติตรงกับที่มหาวิทยาลัยต้องการ และมหาวิทยาลัยก็ต้องผลิตบัณฑิตให้ตรงตามความต้องการของตลาด.
นโยบายใหม่ๆ อ่านไว้สำหรับภาคบ่ายครับ

โรงแรมอิมพีเรียล ควีนส์ปาร์ค กรุงเทพฯ - นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาผู้อำนวยการสำนักเขตพื้นที่การศึกษา (ผอ.สพท.) ครั้งที่ ๔/๒๕๕๒ เมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๕๒ โดยมี ผอ.สพท.๑๘๕ เขต และประธานศูนย์ประสานงานการจัดการมัธยมศึกษา ๔๑ แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เข้าร่วมประชุมสัมมนาเป็นเวลา ๒ วัน

รมว.ศธ.ได้มอบนโยบายแก่ ผอ.สพท. และประธานศูนย์ประสานงานการจัดการมัธยมศึกษาทั่วประเทศ โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

๑. ทิศทางกรอบการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ ๒ มีเป้าหมายคือ ทำให้คนไทยได้เรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ เน้นคุณภาพ การขยายโอกาส และการแสวงหาการมีส่วนร่วม เน้น ๔ ใหม่ คือ คนไทยยุคใหม่ ครูยุคใหม่ ระบบบริหารจัดการแบบใหม่ และแหล่งเรียนรู้และสถานศึกษายุคใหม่ โดยมีคณะกรรมการขับเคลื่อน ๒ ชุด ได้แก่ คณะกรรมการนโยบายปฏิรูปการศึกษาทศวรรษที่ ๒ มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นรองประธาน และคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษารอบ ๒ มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน

๒. โครงการ ๕ ฟรี ได้แก่ โครงการเรียนฟรี ๑๕ ปีอย่างมีคุณภาพ, โครงการติวฟรีอย่างมีคุณภาพ (Tutor Channel), โครงการดื่มนมโรงเรียนฟรี, โครงการอาหารกลางวันฟรี และโครงการผู้พิการเรียนฟรีถึงระดับปริญญาตรี ทั้งมหาวิทยาลัยของรัฐและมหาวิทยาลัยเอกชน รวมถึงในระดับ ปวส. และ ปวท. ทั้งวิทยาลัยของรัฐและวิทยาลัยเอกชน

๓. โครงการไทยเข้มแข็ง (SP2) ขอให้เร่งรัดดำเนินการทุกโครงการ เนื่องจากขณะนี้งบประมาณอยู่ที่กระทรวงการคลังแล้ว และขอให้ดำเนินการอย่างโปร่งใส โดยมีโครงการที่ต้องดูแล เป็นพิเศษ ดังนี้
- โครงการโรงเรียนดี ๓ ระดับ จำนวน ๑๐,๐๐๐ โรง โดยมีรายละเอียดในระบบบริหารจัดการ ธรรมาภิบาล การกระจายอำนาจ รวมถึงปัจจัยพื้นฐาน การปรับปรุงพัฒนาอาคาร ภูมิทัศน์- โครงการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ต้องเข้าถึงโรงเรียนอย่างน้อย ๓,๐๐๐ โรง- โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร ศธ.ได้จัดงบประมาณให้ โรงเรียนละ ๑๗๐,๐๐๐ บาท นอกจากนี้จะทำการเพิ่มบ้านพักครู และเรือนนอนของนักเรียน โดย รมว.ศธ.ได้เน้นย้ำให้ช่วยดูแลเรื่องความปลอดภัยของนักเรียนเป็นพิเศษ และหากพื้นที่ใดเกิดปัญหาขึ้น ต้องมีการลงโทษอย่างเด็ดขาด- ห้องสมุด ๓ดี จะมีคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ e-book ให้กับทุกโรงเรียน จำนวน ๓๒,๐๐๐ โรงทั่วประเทศ อาจต้องมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาการเลือกซื้อหนังดีเข้าห้องสมุด แต่อย่างน้อยห้องสมุด ๓ดี ทุกแห่ง ต้องมีหนังสือพระราชทานของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ๖ เล่ม และหนังสืออื่นๆ สพฐ.จะช่วยพิจารณาหนังสือ เพื่อเป็นหลักประกันว่าเด็กจะได้อ่านหนังสือที่มีคุณค่าครบถ้วน นอกเหนือจากนั้นอาจเป็นดุลยพินิจของแต่ละโรงเรียนก็ได้ และได้มอบให้แต่ละโรงเรียนเป็นผู้ดำเนินการ โดยมีเกณฑ์กำหนดราคาตามที่ สพฐ. พิจารณา- โครงการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ เพื่อปรับสัดส่วนนักเรียนกับคอมพิวเตอร์ จาก ๔๐:๑ เป็น ๑๐:๑ จึงเป็นที่มาที่จะต้องซื้อคอมพิวเตอร์ ๔๐๐,๐๐๐ เครื่อง ให้กับโรงเรียน ๑๘,๐๐๐ โรงทั่วประเทศ โดยให้โรงเรียนเป็นผู้ดำเนินการจัดซื้อเอง- การอบรมพัฒนาครู ๔๕๐,๐๐๐ คน โดยแยกเป็น ๒ ระดับ คือ ผู้บริหารและครูผู้สอนแยกตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ ซึ่งจะมีการประเมินผลทั้งก่อนและหลังการอบรม และจะมีการติดตามผล ว่าหลังการอบรมครูมีศักยภาพเพิ่มขึ้นหรือไม่ อย่างไร โดยการอบรมจะไม่ให้กระทบกับเวลาสอน และ รมว.ศธ.ได้มอบหมายให้ สพฐ.ประสานงาน ว่านอกจากพัฒนาศักยภาพตนเองแล้ว ครูสามารถนำผลการอบรมไปใช้ประโยชน์ในเรื่องใดได้บ้าง เช่น วิทยฐานะ สอบใบวิชาชีพคุรุสภา ต่ออายุใบประกอบวิชาชีพ ฯลฯ เพื่อการอบรมไม่สูญเปล่า

๔. นโยบาย ๓ดี/3D อยู่ในเงื่อนไขการประเมินของ สมศ. ด้วย จึงขอให้คิดนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างจริงจัง

๕. การสอนทางไกล สำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรียนมัธยมขนาดเล็ก และโรงเรียนขยายโอกาส ที่ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กต่ำ มีคะแนน NT, O-NET ต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ย ทั้งหมด ๙,๐๐๐ โรง ซึ่งจะใช้ระบบต่อยอดจากโรงเรียนวังไกลกังวล โดยจะแบ่งเป็น ๒ ระยะ คือ ระยะที่ ๑ จำนวน ๔,๐๐๐ โรง จะเริ่มในภาคการศึกษาที่ ๒ ของปีการศึกษา ๒๕๕๒ คือเดือนพฤศจิกายนนี้ และระยะที่ ๒ จำนวน ๕,๐๐๐ โรง จะเริ่มในภาคการศึกษาที่ ๑ ของปีการศึกษา ๒๕๕๓ โดยในเดือนตุลาคม จะมีการอบรมครู เพื่อให้สามารถสอนทางไกลและการบริหารจัดการภายในห้องเรียน และจะมีการทดสอบว่าผลสัมฤทธิ์เป็นอย่างไร โดยจะสอนในช่วงชั้นที่ ๒-๔

๖. แยกประถม-มัธยม รมว.ศธ.ได้ลงนามในประกาศแล้วเมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๒ เพื่อให้มีผลในทางปฏิบัติไปพลางก่อนระหว่างรอกฎหมาย ระบบการดำเนินการโยกย้าย ให้แยกเป็นคณะกรรมการกลั่นกรอง ๒ ชุด คือ ระดับประถม มีผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่เป็นประธาน มีหัวหน้าฝ่ายบุคลากรเป็นเลขานุการ และระดับมัธยม มีผู้แทนจาก สพฐ. เป็นประธาน ประธานศูนย์ประสานงานมัธยมเป็นเลขานุการ เมื่อมีความคิดเห็นอย่างไรก็ให้นำเข้า ก.ค.ศ. สำหรับส่วนมัธยม คณะรัฐมนตรีมีมติจัดงบประมาณใน ๓ ปี ให้จำนวน ๙,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อให้ดำเนินการเรื่องคุณภาพมัธยม

๗. นโยบายส่งเสริมการศึกษาเอกชน ทุกเขตพื้นที่จะต้องให้ความร่วมมือในการจัดระบบการนิเทศให้กับโรงเรียนเอกชนในความรับผิดชอบ ทั้งระดับประถมและมัธยม ขอให้ให้ความสำคัญกับโรงเรียนเอกชนด้วย เพราะต้องการเห็นเด็กไทยพัฒนาทั้งโรงเรียนภาครัฐและเอกชน ขณะเดียวกันต้องสนับสนุนให้เอกชนเข้ามามีส่วนช่วยในการจัดการศึกษามากขึ้น

๘. สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีผลสอบ O-NET ต่ำที่สุดในประเทศ ซึ่งหลังจากนี้จะมอบหมายผู้รับผิดชอบในระดับกระทรวง ๑ คน เพื่อรับผิดชอบการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเฉพาะ และให้มีอำนาจหน้าที่ในการบริหารจัดการในเขตพื้นที่ เสมือนเป็นตัวแทนทุกหน่วยงาน ทุกองค์กรหลัก และถือเป็นตัวแทนของกระทรวงศึกษาธิการที่จะต้องดำเนินการ โดยต้องรับผิดชอบต่อผลสัมฤทธิ์ที่จะเกิดขึ้นกับชายแดนภาคใต้ในทุกเรื่อง

๙. เด็กนอกสัญชาติ กระทรวงศึกษาธิการสนับสนุน ส่งเสริม และรณรงค์ให้เด็กนอกสัญชาติได้เข้าเรียนในระบบการศึกษาของไทย มิฉะนั้นจะเกิดโรงเรียนนอกกฎหมายในพื้นที่ที่มีเด็กต่างด้าวอยู่ ซึ่งไม่ได้สอนเป็นภาษาไทย และกระทรวงศึกษาธิการจะไม่สามารถควบคุมการเรียนการสอนได้ ดังนั้น การนำเด็กเหล่านี้เข้าสู่ระบบการศึกษาของไทย เนื่องจากมีการสอนเป็นภาษาไทย และควบคุมบทเรียนได้ เพื่อให้เด็กมีความจงรักภักดีต่อประเทศไทย ซึ่ง รมว.ศธ. ได้นำประเด็นนี้เสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีแล้ว เพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินการให้มีความชัดเจนและให้มีกฎระเบียบรองรับ

๑๐. การทะเลาะวิวาทของนักเรียน ขอให้ยึดประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ที่ รมว.ศธ. ได้ลงนามเมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ เป็นหลัก สถานศึกษาและผู้ที่เกี่ยวข้องต้องเข้ามาดูแล จัดทำแผนแก้ปัญหา เมื่อเกิดปัญหาขึ้น ผู้กระทำความผิดต้องได้รับโทษทั้งทางวินัยและทางอาญา และผู้บริหารสถานศึกษาต้องร่วมรับผิดชอบ

๑๑. เรื่องที่เกี่ยวข้องกับครู วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๒ จะมีผลบังคับใช้ระบบใหม่ของวิทยฐานะครู ที่จะให้ความสำคัญกับการเรียนการสอนหรือผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการสอนมากขึ้น ๖๐% และให้ความสำคัญกับการทำเอกสาร ๔๐% และเป็นเอกสารวิจัยที่ทำในห้องเรียน ที่ต้องเกี่ยวข้องกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กรณียื่นวิทยฐานะไว้แล้วและมีการเปลี่ยนสายงาน ไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ ส่วนโครงสร้างเงินเดือนใหม่ ปรับจากระบบซีเป็นระบบแท่ง เมื่อมีผลบังคับใช้ก็จะทำให้เงินเดือนขั้นสูงเพิ่มขึ้น ๘% รวมทั้งการปรับเพดานครู ค.ศ.๓ และ ค.ศ.๔ ที่เงินเดือนเต็มขั้น จะมีการปรับแท่งเงินเดือนที่สูงขึ้น ครู ค.ศ.๓ จะได้รับเงินเดือนจาก ๔๗,๔๕๐ บาท เป็น ๕๐,๕๕๐ บาท และ ครู ค.ศ.๔ จาก ๕๐,๕๕๐ บาท เป็น ๕๗,๙๔๐ บาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอการประกาศในราชกิจจานุเบกษา
- โครงการคืนครูให้นักเรียน ตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป จะได้ปรับเงินเดือนตามวุฒิปริญญาตรี นอกจากนี้ จะจัดงบให้ภารโรง ๗,๘๐๐ อัตรา โดยให้โรงเรียนเป็นผู้เลือกจ้างได้เองตามความเหมาะสม เพื่อไม่ให้เป็นภาระผูกพัน หากทำงานไม่ดีก็ปรับเปลี่ยนได้ แต่ทั้งนี้ ต้องมีธรรมาภิบาล- การเลือกผู้แทนครูที่จะเข้ามาเป็นตัวแทน อ.ก.ค.ศ. จะมี ผลให้มีการปรับระบบใหม่ ๒ ประเด็น คือ ก.ค.ศ. จากเดิม ๗:๗:๗:๗ เป็น ๙:๙:๙:๙ และเดิมผู้มีสิทธิ์สมัครกับผู้มีสิทธิ์เลือกคือผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ต่อไปให้ผู้มีสิทธิ์เลือกเพิ่ม นอกจากผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่แล้ว รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่และเจ้าหน้าที่บริหารก็มีสิทธิ์เลือกด้วย โดยขอให้การเลือกเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม

๑๒. ช.พ.ค.๕ ศธ.ต้องการรักษาผลประโยชน์และให้ครูได้รับผลประโยชน์มากขึ้น ซึ่งเดิมมีการบังคับทำประกันชีวิต, ดอกเบี้ย MLR ซึ่งมีเงื่อนไขว่าหากผู้กู้เป็นลูกหนี้ชั้นดี ธนาคารออมสินจะลดดอกเบี้ยให้ ๑% แต่ ๑% นี้ ยกให้ สกสค. มีการบังคับลงทุน ๑๐,๐๐๐ บาท สมทบเข้ากองทุน สกสค. จึงให้ สกสค.ไปทบทวนปรับเกณฑ์ใหม่ เพื่อให้ได้ผลในทางที่ดีขึ้นคือ ไม่บังคับทำประกันชีวิต ให้เป็นไปตามความสมัครใจของครูผู้กู้ สำหรับครูที่เป็นลูกหนี้ชั้นดีจะได้รับการลดดอกเบี้ย ๑% และไม่บังคับลงทุน ๑๐,๐๐๐ บาท

รมว.ศธ. กล่าวสรุปว่า กำลังจะมีการปรับกระบวนการครั้งสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการในหลายเรื่อง ที่จะเดินหน้าไปสู่กระบวนการสร้างคุณภาพทั้งระบบ โดยจะลดระบบการสอนแบบท่องจำ แต่จะเพิ่มการคิดวิเคราะห์ให้มากขึ้น ให้เด็กมีโอกาสเรียนนอกห้องเรียนมากขึ้น การเรียนการสอนและการออกข้อสอบที่ สทศ. ออกต้องสอดคล้องกัน มิเช่นนั้นนักเรียนก็จะต้องเรียนกวดวิชา ส่วน สพฐ. กับมหาวิทยาลัยก็ต้องหารือกันเพื่อผลิตเด็กในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อป้อนมหาวิทยาลัยมีคุณสมบัติตรงกับที่มหาวิทยาลัยต้องการ และมหาวิทยาลัยก็ต้องผลิตบัณฑิตให้ตรงตามความต้องการของตลาด.