วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

สมรรถนะผู้บริหาร

สมรรถนะผู้บริหาร
สมรรถนะหลัก
1. การมุ่งผลสัมฤทธิ์ :ความมุ่งมั่นในการปฏิบัติงานในหน้าที่ให้มีคุณภาพ ถูกต้องครบถ้วนสมบูรณ์ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และมีการพัฒนาผลงานให้มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง
1.1 คุณภาพงานด้านความถูกต้อง ครบถ้วนสมบูรณ์
1.2 ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์การนำนวัตกรรม/ทางเลือกใหม่ ๆ มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของงาน
1.3 ความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลงานอย่างต่อเนื่อง

4--ผลงานมีความถูกต้อง ครบถ้วนสมบูรณ์เกือบทุกรายการ และเป็นแบบอย่างได้
4--มีการทดลองวิธีการหรือจัดทำคู่มือประกอบการพัฒนางานใหม่ ๆโดย มีการจัดทำรายงานการพัฒนาที่เป็นรูปธรรม ชัดเจน และมีการเผยแพร่ในวงกว้าง
4--มุ่งมั่น กระตือรือร้นในการพัฒนาผลงานทุกรายการที่ได้รับมอบหมายจนปรากฏ ผลงานที่มีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับในองค์กรและนอกองค์กรที่เกี่ยวข้อง


2. การบริการที่ดี :ความตั้งใจในการปรับปรุงระบบบริการให้มีประสิทธิภาพเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการ
2.1 การปรับปรุงระบบบริการ
2.2 ความพึงพอใจของผู้รับบริการหรือผู้เกี่ยวข้อง

4--ศึกษาความต้องการของผู้รับบริการนำข้อมูลมา ปรับปรุงและพัฒนาระบบบริการในเกือบทุกรายการ อย่างต่อเนื่อง
4--ผู้รับบริการร้อยละ 80 ขึ้นไป มีความพึงพอใจระดับมาก


3. การพัฒนาตนเอง :การศึกษา ค้นคว้า หาความรู้ ติดตามองค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่ ๆในวงวิชาการและวิชาชีพ เพื่อพัฒนาตนเองและพัฒนางาน
3.1 การศึกษา ค้นคว้า หาความรู้ด้วยการเข้าประชุมทางวิชาการอบรม สัมมนา หรือวิธีการอื่น ๆ
3.2 การรวบรวมและประมวลความรู้ในการพัฒนาองค์กรและวิชาชีพ
3.3 การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านวิชาการในหมู่เพื่อนร่วมงาน

4--มีชั่วโมงเข้าประชุม อบรม สัมมนาไม่น้อยกว่า 20 ชั่วโมง/ปี และมีการจัดทำเอกสารนำเสนอต่อที่ประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างน้อย 2 รายการ/ปี
4--มีการสังเคราะห์ข้อมูลความรู้ จัดเป็นหมวดหมู่ ปรับปรุงให้ทันสมัย รวบรวมองค์ความรู้สำคัญ เพื่อใช้ในการพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง
4--เข้าประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในหน่วยงาน ร้อยละ 80 ขึ้นไปของจำนวนกิจกรรมที่หน่วยงานจัด


4. การทำงานเป็นทีม :การให้ความร่วมมือ ช่วยเหลือสนับสนุน เสริมแรง ให้กำลังใจแก่เพื่อนร่วมงาน การปรับตัวเข้ากับบุคคลอื่นหรือ แสดงบทบาทผู้นำ ผู้ตามได้อย่างเหมาะสม
4.1 การให้ความร่วมมือ ช่วยเหลือสนับสนุนเพื่อนร่วมงาน
4.2 การแสดงบทบาทผู้นำหรือผู้ตามได้อย่างเหมาะสม
4.3 การปรับตัวเข้ากับสถานการณ์และกลุ่มคนที่หลากหลาย
4.4 การเสริมแรง ให้กำลังใจส่งเสริม สนับสนุนเพื่อนร่วมงานในการปฏิบัติงาน

4--ให้ความร่วมมือ ช่วยเหลือ สนับสนุน เพื่อนร่วมงาน สม่ำเสมอเกือบทุกครั้ง
4--แสดงบทบาทผู้นำ/ผู้ตามในการทำงานร่วมกับผู้อื่น อย่างเหมาะสมเกือบทุกโอกาส/สถานการณ์
4--ใช้ทักษะการบริหารจัดการในการทำงานร่วมกับบุคคล หรือคณะบุคคลในหน่วยงานของตนและต่างหน่วยงานได้ทุกกลุ่มอย่างมีประสิทธิภาพในเกือบทุกสถานการณ์
4--ให้เกียรติ ยกย่อง ชมเชย ให้กำลังใจเพื่อนร่วมงานในโอกาสที่เหมาะสม เกือบทุกครั้ง

สมรรถนะสายงาน
5. การวิเคราะห์และสังเคราะห์ :ความสามารถในการทำความเข้าใจสิ่งต่าง ๆ แล้วแยกประเด็นเป็นส่วนย่อยตามหลักการหรือกฎเกณฑ์ที่กำหนด

สามารถรวบรวมสิ่งต่างๆ จัดทำอย่างเป็นระบบ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน รวมทั้ง สามารถวิเคราะห์องค์กรหรืองานในภาพรวมและดำเนินการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ
5.1 การวิเคราะห์สภาพปัจจุบันปัญหา ความต้องการของงานและเสนอทางเลือกหรือแนวทางป้องกัน แก้ไขปัญหางานในความรับผิดชอบ
5.2 ความเหมาะสมของแผนงาน/โครงการในความรับผิดชอบ
5.3 ความคิดเชิงระบบในการแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน

4--ระบุสภาพปัจจุบัน ปัญหา ความต้องการของงาน และแนวทางการป้องกัน แก้ไขปัญหาที่หลากหลายและปฏิบัติได้ โดยมีการบันทึกไว้เป็นหลักฐาน
4--องค์ประกอบของแผนงาน/โครงการมีความสอดคล้องสัมพันธ์กันทุกองค์ประกอบและสอดคล้องกับนโยบาย/ ยุทธศาสตร์การพัฒนาองค์กร และมีการระบุตัวชี้วัดความสำเร็จอย่างชัดเจน
4--มีการวิเคราะห์จุดเด่น จุดด้อย ภาวะคุกคาม หรือโอกาสความสำเร็จของงานหรือองค์กร จัดทำแผนงาน/โครงการรองรับ ดำเนินกิจกรรมและประเมินผลการแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน โดยนำผลการประเมินไปใช้พัฒนางานอย่างต่อเนื่อง


6. การสื่อสารและจูงใจ :ความสามารถในการพูด เขียนสื่อสาร โต้ตอบ ในโอกาสและสถานการณ์ต่าง ๆ ตลอดจน สามารถชักจูง โน้มน้าวให้ผู้อื่น เห็นด้วย ยอมรับคล้อยตาม เพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายของการสื่อสาร
6.1 ความสามารถในการพูด และเขียนในโอกาสต่าง ๆ
6.2 ความสามารถในการสื่อสารผ่านสื่อเทคโนโลยี
6.3 ความสามารถในการจูงใจโน้มน้าวให้ผู้อื่นเห็นด้วยยอมรับ คล้อยตาม เพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายของการสื่อสาร

4--พูด เขียน สื่อสาร โต้ตอบ ในโอกาสต่างๆ ให้ผู้อื่นเข้าใจได้อย่างรวดเร็วและชัดเจนเกือบทุกครั้ง
4--สามารถสืบค้นข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต และสามารถนำเสนอผลงานโดยใช้สื่อเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ได้ด้วยตนเอง
4--สามารถนำเสนอข้อมูลสารสนเทศในด้านแนวคิด หลักวิชาเพื่อพูดโน้มน้าว พูดจูงใจให้ผู้อื่นคล้อยตามเพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายของการสื่อสาร เกือบทุกสถานการณ์


7. การพัฒนาศักยภาพบุคลากร :ความสามารถในการให้คำปรึกษาแนะนำ และช่วยแก้ปัญหาให้แก่เพื่อนร่วมงานและผู้เกี่ยวข้อง มีส่วนร่วมในการพัฒนา บุคลากร ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่าง รวมทั้งส่งเสริมสนับสนุนและ ให้โอกาสผู้ร่วมงานได้พัฒนา ในรูปแบบต่าง ๆ
7.1 การให้คำปรึกษา แนะนำและช่วยแก้ปัญหาแก่เพื่อนร่วมงานและผู้เกี่ยวข้อง
7.2 การมีส่วนร่วมในการพัฒนาบุคลากร
7.3 ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างและสร้างเครือข่ายพัฒนาบุคลากร
7.4 การส่งเสริม สนับสนุนและให้โอกาสเพื่อนร่วมงานได้พัฒนาในรูปแบบ ต่าง ๆ

4--ให้คำแนะนำ เสนอทางเลือกในการแก้ไขปัญหาที่สมเหตุสมผลหลากหลาย เป็นไปได้ จนเพื่อนร่วมงานสามารถแก้ปัญหาได้เกือบทุกครั้ง จนเป็นที่พึ่งของเพื่อนร่วมงานในองค์กร
4--ร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมตัดสินใจในกระบวนการพัฒนาบุคลากรของหน่วยงาน อย่างต่อเนื่อง
4--เป็นแบบอย่างและร่วมสร้างเครือข่ายการพัฒนาบุคลากรระดับเขตพื้นที่ และระดับประเทศ
4--จัดกิจกรรม/โครงการ/สนับสนุนให้เพื่อนร่วมงานและผู้เกี่ยวข้องได้มีโอกาสพัฒนาศักยภาพ อย่างหลากหลายและต่อเนื่อง


8. การมีวิสัยทัศน์ :ความสามารถในการกำหนดวิสัยทัศน์ทิศทาง หรือ แนวทาง การพัฒนาองค์กรที่เป็นรูปธรรม เป็นที่ ยอมรับ และเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ การยอมรับแนวคิด/วิธีการใหม่ ๆ เพื่อ การพัฒนางาน
8.1 การใช้กระบวนการมีส่วนร่วมในการกำหนดวิสัยทัศน์ หรือทิศทางการพัฒนาองค์กร
8.2 ความทันสมัยและสร้างสรรค์ของวิสัยทัศน์หรือทิศทางการพัฒนางาน และความสอดคล้องกับนโยบายขององค์กรที่สังกัด
8.3 ความเป็นรูปธรรมความเป็นไปได้ หรือโอกาสความสำเร็จตามวิสัยทัศน์
8.4 การยอมรับการปรับเปลี่ยนเทคนิควิธีการ เมื่อสถานการณ์แวดล้อมเปลี่ยนไป

4--เปิดโอกาสให้เพื่อนร่วมงานหรือผู้เกี่ยวข้องร้อยละ 80 ขึ้นไป มีส่วนร่วมในการกำหนดวิสัยทัศน์หรือทิศทางการพัฒนาองค์กร
4--วิสัยทัศน์/ทิศทางการพัฒนางาน สะท้อนถึงความมุ่งมั่น ค่านิยมมีความชัดเจน ทันสมัย สอดคล้องกับนโยบายของหน่วยงานที่สังกัดมีการวิเคราะห์ ทบทวนและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
4--พันธกิจและวัตถุประสงค์ในการพัฒนางาน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์พร้อมทั้งกำหนดยุทธศาสตร์หรือแนวทางการพัฒนางานที่เป็นรูปธรรมมีแผนงาน/โครงการหรือกิจกรรมรองรับ อย่างครอบคลุมและชัดเจน
4--มีการวิเคราะห์ ทบทวนภาวะแวดล้อมขององค์กรอย่างต่อเนื่องแสวงหาข้อมูล เปิดใจรับ/กระตุ้น/ส่งเสริมให้มีการปรับเปลี่ยนเทคนิควิธีการทำงาน เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป

ขอบคุณ อ.วิรัตน์ ผดุงชีพ (ขงเบ้งแห่งอุษาคเนย์) 087-868-7956 www.khongbeng.com
อ.ประยูร มังกร (ครูถัง) 080-007-0275
www.kruthsang.com
ผอ.พรชัย นาชัยเวียง
http://www.kruthailand.net/
การบริหารงานบุคคลการ
บริหารงานบุคคล หมายถึง วิธีการจัดการหรือดำเนินการเกี่ยวกับบุคคลในการทำงานในอันที่จะทำให้บุคคลที่มีความรู้ ความสามารถเหมาะสมกับการปฏิบัติงานให้บรรลุอย่างมีประสิทธิภาพหรือศาสตร์ แขนงหนึ่งที่ว่าด้วยการดำเนินการหรือการจัดการเกี่ยวกับบุคคลในหน่วยงานความสำคัญของการบริหารงานบุคคลการบริหารงานบุคคลนั้นจะประกอบขึ้นไปด้วยองค์ประกอบที่สำคัญ อยู่ 2 ส่วน คือ
คนและงาน ดังนั้นการบริหารงานบุคคลมีความสำคัญคือ
1. คนเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการบริหารงาน เนื่องจากคนเป็นผู้ทำให้เกิดความสำเร็จ
2. การทำงานจำเป็นจะต้องเลือกคนเพื่อให้ได้บุคคลที่มีความรู้ ความสามารถเหมาะกับงานและรู้จักใช้คนอย่างมีประสิทธิภาพองค์ประกอบของการบริหารงานบุคคล
1. องค์กรและสิ่งแวดล้อม
2. งาน
3. บุคคลกระบวนการบริหารงานบุคคล
1. การสรรหาบุคคล ได้แก่ การวางแผน การกำหนดตำแหน่ง และการสรรหา( เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด)
2. การใช้บุคคล ได้แก่ การบรรจุแต่งตั้ง การย้าย การโอน
3. การพัฒนาบุคคล ได้แก่ การพัฒนา การพิจารณาความดี ความชอบ การเลื่อนตำแหน่ง
4. การธำรงรักษาบุคคล ได้แก่ การดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์ ร้องทุกข์ การจัดสวัสดิการ การทะเบียนประวัติสรุป หา ใช้ พัฒนา ธำรงรักษาระบบการบริหารงานบุคคล

ระบบการบริหารงานบุคคลที่สำคัญมี 2 ระบบ คือ
1. ระบบอุปถัมภ์ ( Patronage System ) ใช้มาตั้งแต่โบราณ สามารถแบ่งออกได้
3 ลักษณะ คือ
1. ระบบสืบสายโลหิต
2. ระบบแลกเปลี่ยน นำสิ่งของมาแลกเปลี่ยน
3. ระบบชอบพอกันพิเศษ

2. ระบบคุณธรรม ( Merit System ) บางแห่งเรียกใช้คำว่า ระบบคุณวุฒิ
- ระบบความรู้ ความสามารถ
- ระบบคุณความดี
– ระบบความดีและความสามารถ
มีหลักสำคัญ 4 ประการ คือ
1. หลักความสามารถ ( Put the right man on the right job )
2. หลักความเสมอภาค
–เปิดโอกาสให้เท่าเทียมกัน( Equal Pay for Equal Work )
3. หลักความมั่นคง
-หลักประกันในการทำงาน
4. หลักความเป็นกลางทางการเมืองภาคราชการนิยมใช้ ระบบคุณธรรมภาคธุรกิจ นิยมใช้ ระบบคุณธรรมและระบบอุปถัมภ์ขอบข่ายในการบริหารงานบุคคล
1. การดำเนินการเกี่ยวกับความต้องการบุคคลในราชการ
2. การสรรหาบุคลากรเข้ารับราชการ ได้แก่ การสอบแข่งขัน,การคัดเลือก,การสอบคัดเลือก
3. การแต่งตั้ง ได้แก่การบรรจุและแต่งตั้ง การย้าย การโอน การเลื่อนตำแหน่ง
4. การพัฒนาบุคลากร ได้แก่การฝึกอบรม
5. การพิจารณาความดีความชอบ
6. การรักษาระเบียบวินัย
7. การออกจากราชการ
8. การอุทธรณ์และการร้องทุกข์
9. การจัดทำทะเบียนประวัติ
10. การให้บริการเกี่ยวกับงานบุคคล
ที่มาhttp://krusukhothai.blogspot.com/2009_06_01_archive.html
การวางแผนอัตรากำลัง หมายความว่า การกำหนดว่าหน่วยงานนั้นต้องการกำลังคน หรือตำแหน่งประเภทไหน จำนวนเท่าไร โดยคิดคำนวณคนให้พอดีกับการปฏิบัติงาน ในระบบราชการมักมีการวางแผนอัตรากำลังล่วงหน้า คือเป็นรายปี หรือราย 3 ปี หรือ 9 ปีการวางแผนกำลังคนสำหรับข้าราชการครู
1. ความสำคัญเพื่อแก้ปัญหาในเรื่องจำนวนและคุณภาพของข้าราชการครูในสถานศึกษา
2. ปัญหาในการวางแผนอัตรากำลังคน ขาดความรู้ทางหลักวิชา ขาดข้อมูลข่าวสาร นโยบาย เป้าหมาย วัตถุประสงค์ของรัฐไม่ชัดเจน ไม่ต่อเนื่อง มีการนำผลประโยชน์ส่วนตัวมาใช้ในการวางแผน ขาดปัจจัยสำคัญในการบริหาร เช่น เงินวัสดุ ผู้บริหารไม่ให้ความสำคัญกับการวางแผนอัตรากำลังคน
3. วัตถุประสงค์- สร้างต้นแบบการวางแผนอัตรากำลัง- สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษานำต้นแบบการวางแผนกำลังคนไปใช้
4. แนวคิดในการวางแผนกำลังคน ยึดหลักการจำนวนกำลังคนที่ต้องการมากขึ้น จำนวนคนที่ต้องการทั้งหมด
– จำนวนคนที่มีอยู่จริงกระบวนการวางแผนกำลังคนมีองค์ประกอบสำคัญ 3 ประการดังนี้
1. กำลังคนที่มีอยู่ในปัจจุบัน ข้อมูลปริมาณ คุณภาพ
2. การคาดการณ์กำลังคนในอนาคต เช่น ความชำนาญงาน พื้นฐานการศึกษาและประสบการณ์
3. กำลังคนเพิ่มขึ้นการกำหนดปริมาณงานในสถานศึกษา
1) ปริมาณงานด้านการบริหารสถานศึกษา มีผู้อำนวยการสถานศึกษากับรองผู้อำนวยการสถานศึกษา
2) ปริมาณงานด้านการสอน เกณฑ์ข้อมูล 10 มิถุนายนของทุกปี สถิตินักเรียนของสถานศึกษา จำนวนชั่วโมงงานสอนในหนึ่งสัปดาห์ของข้าราชการครูและครูอัตราจ้าง
3) ปริมาณอื่น ชั่วโมงปฏิบัติงานสนับสนุนการสอนในหนึ่งสัปดาห์ เป็นต้นเกณฑ์มาตรฐานอัตรากำลังครู
1. เกณฑ์มาตรฐานอัตรากำลังครูสายการสอนในสถานศึกษาระดับก่อนประถมศึกษา ประถมศึกษาและมัธยมศึกษากรณีที่ 1 โรงเรียนที่มีนักเรียน 120 คนลงมา ( 20 : 1 )รายการ นักเรียน 20 คนลงมา
21-40 คน ผู้สอน 2
41-60 คน 3
61-80 คน 4
81-100 คน 5
101-120 คน 6
กรณีที่ 2 โรงเรียนที่มีนักเรียน 121 คนขึ้นไประดับก่อนประถมศึกษา = ( ห้องเรียน x 30 ) + นักเรียนทั้งหมด (0.5 ขึ้นไป เพิ่ม 1 คน )50ระดับประถมศึกษา = ( ห้องเรียน x 40 ) + นักเรียนทั้งหมด (0.5 ขึ้นไป เพิ่ม 1 คน )50ระดับมัธยมศึกษา = จำนวนห้องเรียน x 2เงื่อนไข- คิดจำนวนห้องเรียนแต่ละชั้น หากมีเศษตั้งแต่ 10 คนขั้นไป ให้เพิ่มอีก 1 ห้อง- การคิดจำนวนครูให้ปัดเศษตามหลักคณิตศาสตร์
2. เกณฑ์อัตรากำลังสายผู้บริหารสถานศึกษากรณีที่ 1 โรงเรียนมีนักเรียนต่ำกว่า 360 คน มีผู้บริหาร 1 คนกรณีที่ 2 โรงเรียนที่มีนักเรียนตั้งแต่ 360 คนขึ้นไป จำนวนนักเรียน จำนวนผู้บริหาร รวมทั้งสิ้น
ผู้อำนวยการสถานศึกษา รองผู้อำนวยการสถานศึกษา
360-719 1 1 2
720-1,079 1 2 3
1,080-1,679 1 3 4
1,680 ขึ้นไป 1 4 5
ที่มาhttp://krusukhothai.blogspot.com/2009_06_01_archive.html